ข้อมูลบริษัท
ความมั่นคงที่สืบทอดกันมา
การถือกำเนิดของหุ้นส่วนในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2425
จากอดีตแห่งความภาคภูมิกว่า 120 ปีในประเทศไทย บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (“บีเจซี”) ในวันนี้ เป็นหนึ่งในบรรดาบริษัทชั้นนำของไทย ในการประกอบธุรกิจพาณิชยกรรมนำเข้า-ส่งออก การผลิต และการให้บริการ
จุดเริ่มต้นของบีเจซี มาจากหุ้นส่วนทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ระหว่างตระกูลเบอร์ลี่และตระกูลยุคเกอร์ ที่ได้ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ อันเป็นหนึ่งในบริษัททางการค้ายุคแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในราชอาณาจักรสยาม
ในระยะแรกของการดำเนินธุรกิจนั้น บีเจซีได้ดำเนินกิจการเกี่ยวกับโรงสีข้าว เหมืองแร่ ไม้สัก การเดินเรือ การนำเข้า และกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งเป็นการวางรากฐาน ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรม จากการที่บริษัทได้เลือกสรรและดูแลหุ้นส่วนของบริษัท ทั้งไทยและต่างประเทศเป็นอย่างดี ส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจนำเข้าและส่งออกรายหนึ่งของประเทศไทย และได้ขยายธุรกิจไปสู่ด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์ และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มีดังนี้
| พ.ศ. 2425 |
นายอัลเบิร์ต ยุคเกอร์ และนายเฮนรี่ ซิกก์ ชาวสวิส ได้ร่วมกันก่อตั้ง ห้างยุคเกอร์ แอนด์ ซิกก์ แอนด์โก |
| พ.ศ. 2467 |
เปลี่ยนชื่อเป็น ห้างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ แอนด์โก |
| พ.ศ. 2508 |
เปลี่ยนแปลงการดำเนินงานแบบหุ้นส่วนภายในครอบครัวเป็นรูปบริษัท ภายใต้ชื่อ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด |
| พ.ศ. 2510 |
นับเป็นปีมหามงคลของบริษัท เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้ง (พระครุฑพ่าห์) ให้แก่บริษัท |
| พ.ศ. 2518 |
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการเป็นหนึ่งในเจ็ดบริษัทแรกที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย |
| พ.ศ. 2536 |
แปรสภาพเป็น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) |
| พ.ศ. 2544 |
กลุ่มบริษัทไทยเจริญคอมเมอร์เชียล ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบีเจซี ซึ่งกลุ่มบริษัทไทยเจริญคอมเมอร์เชียล เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำในประเทศไทย ที่มีกิจการมากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นับตั้งแต่ธุรกิจเบียร์และเครื่องดื่ม โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย ธุรกิจการเกษตร เป็นต้น |
| พ.ศ. 2549 |
บีเจซี ได้เพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานกระดาษอนามัยเซลล็อกซ์เป็น 45,000 ตันต่อปี ส่งผลให้ บีเจซี มีกำลังการผลิตกระดาษอนามัยมากที่สุดในประเทศไทย |
| พ.ศ. 2550 |
บีเจซี ได้ขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่างๆให้มากขึ้น โดยได้ซื้อหุ้นร้อยละ 50 ใน บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกระป๋องและฝาอะลูมิเนียมชั้นนำในประเทศไทย |
| พ.ศ. 2551 |
บีเจซี ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท เจซี ฟู้ดส์ เอสดีเอน บีเอชดี ซึ่งเป็นผู้ผลิตมันฝรั่งทอดกรอบและขนมขึ้นรูปในประเทศมาเลเซีย โดยผลิตและจำหน่ายมันฝรั่งทอดกรอบจำหน่ายทั้งในประเทศมาเลเซีย และส่งออกไปยังประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศ อาทิเช่น ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์และบรูไน ซึ่งการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ได้ช่วยขยายตลาดและฐานการผลิตสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยวของบีเจซี ออกสู่ตลาดในแถบภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
บีเจซี ได้ดำเนินการขยายกำลังผลิตขวดแก้วโดยการสร้างเตาหลอมใหม่ด้วยกำลังผลิต 434 ตันต่อวัน ซึ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อกลางปี 2551 |
ในปัจจุบัน บีเจซีมีพนักงานกว่า 5,000 คน ดำเนินธุรกิจของบริษัทเอง โดยมีตราสินค้าของบริษัทที่เป็นที่รู้จักมากมาย อาทิ มันฝรั่งเทสโต ข้าวอบกรอบโดโซะ กระดาษทิชชู่เซลล็อกซ์ สบู่นกแก้ว เป็นต้นและดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทคู่ค้าที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ อีกทั้งเป็นผู้นำในระบบการตลาด การขาย การจัดจำหน่ายสินค้า และการให้บริการ รวมทั้งมีระบบการผลิต ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย
|